“Earwig and the Witch” แอนิเมชัน 3D เรื่องแรกจาก Ghibli

สตูดิโอแอนิเมชันญี่ปุ่นในตำนานอย่าง Studio Ghibli นั้นเป็นที่รักของแฟน ๆ อนิเมะทั่วโลกมาหลายยุคหลายสมัย ด้วยลายเส้นที่เป็นเอกลักษณ์ และเนื้อเรื่องที่มีพล็อตไม่เคยซ้ำใคร เชื่อว่าใครที่เคยดูการ์ตูนของค่ายนี้มาก่อน จะต้องพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า ผลงานที่ผลิตโดยค่ายนี้มีความเป็นตัวของตัวเองสูง ลายน้ำชัดเจนแบบที่เปิดดูเพียงแค่ 5 นาทีแรก ก็รู้ได้ทันทีว่าการ์ตูนเรื่องนี้สร้างโดยจิบลิ อย่างไรก็ตาม หลาย ๆ คนก็ต้องผิดหวัง เมื่อฮายาโอะ มิยาซากิ ผู้กำกับและนักวาดมังงะผู้เป็นเจ้าของลายเส้นดั้งเดิมที่เราได้ดูในหนังจิบลิแทบทุกเรื่อง ได้ประกาศว่าเขาจะเกษียณอายุ และไม่ผลิตการ์ตูนให้สตูดิโออีกต่อไปแล้ว

หลังจากการประกาศเกษียณ ตำแหน่งหัวหอกของสตูดิโอจึงตกมาอยู่กับลูกชายอย่าง โกโร่ มิยาซากิ ซึ่งโกโรเองก็ค่อนข้างมีแนวทางเป็นของตัวเอง นั่นคือการมุ่งผลิตการ์ตูน CG 3D แบบเดียวกับค่ายตะวันตกอย่าง Pixar หรือ Disney มากกว่าอนิเมะ 2D ที่พ่อเคยทำมา ทำให้ในปีนี้ แฟน ๆ จะได้มีโอกาสยลโฉมผลงานแอนิเมชัน 3D เรื่องแรกของ Studio Ghibli ผ่านเรื่องราวของแม่มดฝึกหัดตัวน้อย “Earwig and the Witch”

ก้าวแรกสู่สมัยนิยมของ Studio Ghibli

Earwig and the Witch บอกเล่าชีวิตของเด็กสาวตัวเล็ก “Earwig” ผู้ซึ่งเผชิญกับชะตากรรมที่น่าสงสาร  แม่ของเธอต้องทิ้งเธอไปเพราะโดนแม่มดตามล่า (ด้วยเหตุผลอะไร ต้องตามไปดูในหนังตัวเต็มนะครับ) ทำให้เอียร์วิกต้องอยู่ในสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าตั้งแต่เด็ก แต่ขณะที่อยู่ในสถานเด็กกำพร้านั้นเอง เธอก็ได้เรียนรู้ถึงพลังบางอย่างในตัวเอง เธอสามารถควบคุมจิตใจคนได้ และกลายเป็นหัวโจกในกลุ่ม

เอียร์วิกไม่เคยต้องการคนอุปถัมภ์ (Adoption) แต่แล้ววันหนึ่งก็มีผู้หญิงมารับตัวเธอไป และความจริงก็เปิดเผยภายหลังว่า ผู้หญิงคนนั้นคือ “Bella Yaga” แม่มดผู้หมายจะใช้เธอเป็นทาสในโรงงานผลิตเวทมนตร์ โดยที่ไม่รู้ว่าเอียร์วิกเองก็ไม่ใช่เด็กธรรมดา ๆ เช่นเดียวกัน เรื่องราววุ่น ๆ ของแม่มดฝึกหัดตัวน้อยจึงเริ่มต้นขึ้น พร้อมความจริงเกี่ยวกับแม่ที่เธอพยายามตามหามาโดยตลอด

ขอบคุณคลิปตัวอย่างภาพยนตร์จาก Youtube Channel: HBO Max

สิ่งหนึ่งที่เราเห็นได้จากตัวอย่างภาพยนตร์สั้น ๆ นี้ก็คือ “Vibe” หรือบรรยากาศ อารมณ์ของหนังที่แตกต่างออกไป แอนิเมชัน 3D เรื่องนี้ดูเหมือนจะสลัดกลิ่นอายความเป็น Studio Ghibli ทิ้งไปจนแทบไม่เหลือเค้าเดิม ถ้าบอกว่าเป็นผลงานของ Disney หรือ Pixar ยังจะน่าเชื่อกว่าเสียอีก เพราะการไม่มีลายเส้นของการ์ตูนแบบที่ผู้ชมคุ้นเคย ทำให้หนังค่อนข้างขาด “ความเป็นญี่ปุ่น” ไปพอสมควร ขณะเดียวกัน เมื่อเทียบกับฝั่งตะวันตก Earwig and the Witch ก็ยังทำภาพได้ละเอียดไม่เท่าค่ายแอนิเมชันดัง ๆ จากแถบนั้นเท่าไหร่นัก สังเกตว่าตัวละครจะเคลื่อนไหวได้ไม่พลิ้วไหวเท่า การแสดงออกทางสีหน้ายังไม่เป็นธรรมชาติ ส่วนด้านของแสง เงา และการเรนเดอร์ ก็ยังเหลือพื้นที่ให้พัฒนาอีกเยอะ

อย่างไรก็ตาม ภาพยนตร์แอนิเมชัน 3D เรื่องนี้ก็เป็นก้าวสำคัญที่อาจเปลี่ยนโฉมวงการอนิเมะญี่ปุ่นไปสู่เส้นทางใหม่ ๆ ในอนาคตเราอาจมีโอกาสได้เห็นจิบลินำหนังในดวงใจผู้ชมอีกหลายเรื่อง เช่น Spirited Away, Howl’s Moving Castle หรือ Princess Mononoke มาสร้างใหม่ในเวอร์ชันสามมิติ เช่นเดียวกับที่ Stand by Me Doraemon ทำก็ได้

โกโร่ มิยาซากิ ซึ่งนั่งแท่นผู้กำกับและโปรดิวเซอร์ของ Earwig and the Witch ได้กล่าวถึงการผลิตแอนิเมชันเรื่องนี้ไว้ว่า เขาไม่ได้ปรึกษากับใครเลย ไม่ว่าจะเป็นฮายาโอะผู้เป็นพ่อ หรือโทชิโอะ ซุซุกิ โปรดิวเซอร์คนสำคัญของจิบลิ เนื่องจากเขาเป็นเพียงคนเดียวในสตูดิโอที่รู้เรื่องกระบวนการผลิตแอนิเมชันด้วยคอมพิวเตอร์กราฟิก ประกอบกับทีมงานดั้งเดิมของจิบลิก็กำลังยุ่งอยู่กับการทำอนิเมะยาวเรื่องต่อไป ซึ่งเริ่มสร้างมาตั้งแต่กลางปี 2016 และยังไม่มีกำหนดว่าจะฉายเมื่อไหร่ แต่ก็เป็นอีกผลงานที่แฟน ๆ ตั้งตารอคอยกันเป็นอย่างมาก ดังนั้น หลังจากได้เห็นผลงานของรุ่นลูกแล้ว ก็เป็นที่น่าจับตามองว่าทิศทางของ Studio Ghibli ในอนาคตจะเป็นอย่างไร จะหันไปตามสมัยนิยมกับแอนิเมชัน 3 มิติ หรือคงความดั้งเดิมไว้ด้วยอนิเมะ 2 มิติที่ต้องวาดทีละเฟรมเหมือนยุคเก่า

จิบลิ 2021 กับยุคสมัยแห่งการสตรีมมิง

น่าผิดหวังนิดหน่อยที่พวกเราชาวไทยอาจไม่มีโอกาสได้รับชม Earwig and the Witch กันในโรงภาพยนตร์ เนื่องจากเท่าที่โอตะคุซังหาข้อมูลมา ยังไม่มีผู้นำเข้าเจ้าไหนเพิ่มแอนิเมชันเรื่องนี้ไว้ในลิสต์รอฉายเลย ทั้งที่ในอต่างประเทศกำหนดวันฉายไว้ในวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2021 แต่อย่าเพิ่งเสียใจไป เพราะแม่มดน้อยเอียร์วิกจะลงในสตรีมมิงให้ได้รับชมพร้อมกันบน HBO Max ในวันที่ 5 กุมภาพันธ์นี้ เรียกได้ว่ารวดเร็วแทบไม่ต้องง้อโรงหนังกันเลยทีเดียว ส่วนใครที่คิดถึงผลงานเก่า ๆ ของ Studio Ghibli ไม่ว่าจะเป็น My Neighbor Totoro, When Marnie Was There หรือ The Secret World of Arrietty (โอตะคุซังเคยรีวิวเรื่องนี้ไว้ด้วยนะ ตามไปอ่านได้ครับ) หนังในดวงใจเหล่านี้ก็ยังสามารถหาดูได้จากสตรีมิงหลาย ๆ แพลตฟอร์มเช่นเดียวกัน ดังนั้นระหว่างที่จิบลิยังไม่มีอนิเมะในแบบที่เราคิดให้ถึงให้ดูกันเร็ว ๆ นี้ ก็รำลึกความหลังแบบออนไลน์ไปก่อนนะครับ

สำหรับเรื่องที่ยังอยู่ระหว่างการสร้างอย่าง “How Do You Live? (君たちはどう生きるか)” หากมีข่าวคราวยังไง โอตะคุซังจะรีบนำมาอัปเดตให้แฟน ๆ ทุกคนทราบอย่างเร็วที่สุดเลยครับ อย่าลืมติดตามอนิเมะเฮฮาไว้นะ ^^

More from author

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here

Related posts

Latest posts

คุณไสยอนันต์ของโกะโจ ซาโตรุ สรุปเป็นพลังแบบไหนกันแน่?

โกะโจ ซาโตรุ เป็นตัวละครที่ทุกคนทราบกันดีว่าไร้เทียมทานที่สุดในโลก Jujutsu Kaisen ด้วยพลังคุณไสยที่เรียกว่า “มุเกน” หรือที่แปลว่าอนันต์ ไม่มีที่สิ้นสุดในภาษาไทย หลายคนรู้อยู่แล้วว่าพลังนี้แข็งแกร่ง คำถามคือแข็งแกร่งได้ยังไง? เพราะอะไรตัวละครในเรื่องถึงหวาดกลัวมันกันนัก? หลายคนน่าจะเคยเสิร์ชหาคำอธิบาย แต่กลายเป็นเจอทฤษฎีวิทยาศาสตร์อะไรก็ไม่รู้ที่อ่านแล้วงงกว่าเดิม วันนี้ฤกษ์งามยามดี โอตะคุซังจะนำเอาพลังของโกะโจ ซาโตรุ มาย่อยให้อ่านกันแบบเข้าใจง่าย ๆ เองครับ มุเกน ถูกยกขึ้นมาพูดถึงเป็นครั้งแรกในฉากต่อสู้ระหว่างโกะโจและโจโกะ ซีซั่น 1 ตอนที่...

Re-Main: อนิเมะโปโลน้ำกับหัวใจที่อยู่ใต้ก้นสระ

ปัจจุบันนี้มังงะญี่ปุ่นเป็นที่รู้จักมากขึ้นจากแต่ก่อนมาก ทำให้เกิดอนิเมะสนุก ๆ เรื่องใหม่ ๆ ขึ้นมากมาย โดยเฉพาะแนวแฟนตาซีที่ทุกวันนี้ทั้งงานภาพงานเนื้อเรื่องเริ่มอลังการงานสร้างขึ้นเรื่อย ๆ ทว่าอนิเมะอีกแนวหนึ่งที่เรียกได้ว่าอยู่คู่สายโชเน็นมาตั้งแต่ยุคบุกเบิก ก็คงหนีไม่พ้นอนิเมะกีฬานั่นเองครับ ทุกเรื่องไม่ได้ทำให้เราหลงรักแค่ตัวละครและหยาดเหงื่อแรงกายของพวกเขาเท่านั้น แต่ยังทำให้หลงรักกีฬานั้น ๆ โดยไม่รู้ตัวอีกด้วย Re-Main อนิเมะเกี่ยวกับโปโลน้ำ กีฬาที่ไม่เป็นที่นิยม กีฬาที่ถูกหยิบมาทำอนิเมะมักจะเป็นกีฬาที่เป็นที่นิยมอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็น ฟุตบอลอย่างกัปตันซึบาสะ บาสเกตบอลใน Slam Dunk, Kuroko no Basket...

3 ข้อที่ผู้ใช้คุณไสยมือใหม่ต้องรู้ก่อนดู Jujutsu Kaisen

ถึงแม้อนิเมะจะฉายจบไปนานแล้ว แต่กระแสยังไม่จบลงง่าย ๆ กับ “Jujutsu Kaisen มหาเวทย์ผนึกมาร” ส่วนหนึ่งเป็นเพราะเวอร์ชั่นมังงะยังเขียนไม่จบ บวกกับอนิเมะภาคแรกเพิ่งเข้าสตรีมบน Netflix ไปหยก ๆ ช่วงนี้จึงมีผู้ชมใหม่ ๆ แวะเวียนเข้ามาในโลกแห่งคุณไสยมากหน้าหลายตา หลายคนแอบมาบ่นว่าเริ่มดูไปได้ไม่กี่ตอนก็งงซะแล้ว เพราะรายละเอียดเยอะมาก ทำความเข้าใจไม่ทันจริง ๆ วันนี้โอตะคุซังจึงถือโอกาสมาอธิบายให้ฟังกันครับ ว่าเซตติ้งหลัก ๆ ของเรื่องนี้ประกอบไปด้วยอะไรบ้าง NO SPOILER:...

Want to stay up to date with the latest news?

We would love to hear from you! Please fill in your details and we will stay in touch. It's that simple!